การมีกล้าม ที่ใหญ่ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว

การมีกล้าม

การมีกล้าม ด้วยเวลาอันรวดเร็ว มันอาจจะเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คน ที่เล่นกล้ามปราถนา แต่มันก็ต้องแรกมาด้วย ความเข้มข้น ในการฝึก ซึ่งวิธีการจะเป็นอย่างไรนั้น วันนี้เราจะมาให้คำตอบ กับท่านครับ มันควรจะเป็นไป ในลักษณะไหนมากกว่า

สิ่งที่พบได้บ่อย ๆ ในวงการเพาะกายก็คือ การที่นักกล้าม หน้าใหม่ทั้งหลาย อยากมีกล้ามที่ใหญ่โต ในเวลาอันสั้น ด้วยการที่มีไฟที่แรง และ พละกำลังที่สูง ยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งก็อยากจะบอกว่า มันไม่มีทางลัดเลยครับ สำหรับการที่คุณ จะมีกล้ามที่ใหญ่ขึ้น ในเวลาอันรวดเร็วได้

และยิ่งคุณ เป็นหน้าใหม่ด้วยแล้ว มันก็ทำได้ยากมาก ๆ เพราะว่าร่างกายของคุณ ยังไม่มีความพร้อมมากพอ ที่จะรับมือกับการฝึกฝน อันหนักหน่วงได้ คุณต้องใช้เวลาอาจจะ 1 หรือ 2 ปี เลยด้วยซ้ำ ในการที่ควรจะฝึกหนัก ๆ แบบที่พวกนักกล้ามเพาะกาย เขาทำกัน

เพราะว่าเมื่อร่างกายคุณพร้อมแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปได้เสมอ เพราะการฝึกแบบเพาะกายนั้น มันไม่ใช่ เป็นอะไรที่ทำได้แบบขำ ๆ มันต้องจริงจังมาก ๆ ใช้น้ำหนักที่แบบที่เรียกว่า คุณอาจตายได้เลย ถ้าคุณไม่พร้อม

เพราะฉะนั้น คำแนะนำแร สำหรับมือใหม่ ในการฝึกนั้น ให้คุณเริ่มต้นที่การฝึก โดยใช้เวลาในการฝึก ไม่เกินครั้งละ 1 ชั่วโมง ครึ่ง ซึ่งในระยะเวลานี้ คุณจะไม่ต้องกังวล ในเรื่องของเวลพักระหว่างเซต ซึ่งคุณจะมีความผ่อนคลาย และ คุณได้พักได้อย่างเต็มที่

ซึ่งมันก็จะมีผล ให้คุณรู้สึกว่า คุณสามารถยกได้เยอะ เพราะว่าคุณก็ได้พักเยอะ ในเซทที่คุณจะยกต่อไป แทนที่คุณจะรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ เหมือนการออกกำลังกายโดยทั่วไป แต่การที่คุณได้พักระหว่างเซตที่มาก มันจะทำให้คุณ ยกน้ำหนักได้มาก ตามไปด้วย

และจะไม่รู้สึกล้ามากจนเกินไป เพราะผลจากการยกน้ำหนัก ที่มันมากเกินไป คำว่าพอดี สามารถนำมาใช้ได้ กับการเล่นกล้ามครับ บอกเลยว่าใช้ได้ดีด้วย คุณต้องรู้จักคำว่าพอดี มันจะพาคุณไปได้ไกล กว่าที่คุณคิดเอาไว้มาก ๆ เลยล่ะ

มีนักเพาะกาย เล่นกล้ามหน้าใหม่หลาย ๆ คน มักได้รับคำแนะนำที่ผิด ๆ เพราะว่าพวกเขา จะใช้เทคนิคในการยกที่แย่ ๆ ซึ่งมันส่งผลมากมายครับ ที่จะทำให้คุณเจ็บกล้ามเนื้อ สำหรับคำนิยามในการยกน้ำหนัก ก็บอกเลยว่า มันไม่มีอะไรมากไปกว่า

การที่คุณ ทำให้กล้ามเนื้อของคุณนั้น ทำงานได้อย่างหนัก จนคุณรู้สึกได้ว่า เมื่อคุณออกกำลังกายเสร็จในวันนั้น มันส่งผลทำให้ คุณเหนื่อยล้าอย่างสุด ๆ นั่นแหละครับ ที่เรียกว่าได้ผลครับ เพราะฉะนั้น การฝึกเล่นกล้าม คุณต้องโฟกัสให้ถูกต้อง เล่นให้ถึง

มันจึงจะสามารถ ทำให้คุณมีกล้ามที่ใหญ่โตได้ ในเวลาไม่นานครับ

การมีกล้าม นั้นใคร ๆ ก็อยากมีกัน

สำหรับการที่จะยกน้ำหนัก ให้ได้จำนวนมาก ๆ นั้น สิ่งที่คุณจะต้องคำนึงถึงก่อน ก็คือ กล้ามเนื้อของคุณ พร้อมแล้วหรือยัง ที่จะยกมัน บางคนศึกษาวิธีการยกน้ำหนัก มามากมาย จนนำมาใช้แบบผิด ๆ โดยที่คุณ ยังไม่พร้อมที่จะใช้มัน

เพราะว่าบางท่านั้น มันเป็นท่าทางที่นักเพาะกาย ที่เป็นระดับโปรแล้วเขาใช้กัน เพราะว่าเมื่อถึงวันที่เกิดขีดจำกัดว่า กล้ามเนื้อมันไม่โตขึ้น นักกล้ามก็จะมีวิธีการ ที่จะใช้ท่าทางต่าง ๆ ที่เกิดความแตกต่างในการยก ซึ่งนั่นแหละคือวิธีการ ที่เขาเรียกว่าการโกง

โดยที่นักเพาะกาย ระดับโลกหลาย ๆ คน ที่เขาใช้ได้ก็เพราะว่า น้ำหนักที่เขายกนั้น มีน้ำหนักที่สูงมาก อย่างเช่น เขาสามารถออกกำลังกาย ในส่วนใบเสบได้ ที่ 80 กิโลกรัม แต่หากคุณ ยังใช้น้ำหนักอยู่ที่ 15 กิโลกรัมอยู่

ต่อให้คุณไปยกตามเขา มันก็เสียเวลาเปล่า ๆ เพราะว่าร่างกายคุณ ยังไม่พร้อม ท่าทางที่ยกก็จะผิดเพี้ยน การยกนั้นก็ไม่ได้โฟกัส เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญก็คือ ต้องค่อยเป็นค่อยไป และ ทำให้มันถูกต้องมากที่สุด

แน่นอนว่าคุณเล่นกล้ามแล้ว ก็อยากมีกล้ามที่สวย และ โตเร็ว ๆ ทำให้คุณเล่นกล้าม สัปดาห์นึง 6-7 วัน จนแทบไม่มีเวลาพักเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมาก ๆ ครับ การเล่นที่มันมากเกินไป มันไม่ได้จะส่งผลให้กล้ามใหญ่ขึ้น กับส่งผลให้ ไม่มีการพัฒนาเกิดขึ้นเลยมากกว่า

สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การพักให้กล้ามเนื้อของเราเติบโต แต่ถ้าหากว่าคุณ มีความต้องการที่จะฝึก ในจำนวนมาก ๆ ใน 1 สัปดาห์ ก็แนะนำว่า ให้คุณฝึกกล้ามเนื้อ โดยแยกกล้ามเนื้อในการฝึก ครั้งละ 1 ส่วนเท่านั้น

ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว และ แนะนำว่าใน 1 สัปดาห์ คุณไม่ควรฝึกกล้ามเนื้อส่วนนั้น เกิน 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เพราะถ้าฝึกเกินนั้น กล้ามเนื้อจะไม่ได้พัก และ กล้ามจะไม่พัฒนาแน่นอนครับ

โดยถ้าคุณ ฝึกกล้ามเนื้อในส่วนไหนก็ตาม โดยฝึกมากกว่า 3 ครั้งใน 1 สัปดาห์ มันจะทำให้เกินความพอดีไป แนะนำว่า การฝึกแบบแบ่งส่วน เช้าเย็น หรือ ทั้งเช้า และ เย็น ในรูปแบบของการฝึกกล้ามเนื้อนั้น จะทำให้คุณ สามารถฝึกกล้ามเนื้อทุกส่วนได้

โดยใช้เวลาแค่เพียง 2 วัน ซึ่งเมื่อครบรอบแล้ว คุณก็แค่เพียงกลับไปเริ่มต้นใหม่ แล้วก็วนใหม่อีกครั้ง ซึ่งนั่นทำให้ใน 1 สัปดาห์นั้น คุณจะสามารถฝึกกล้ามเนื้อ ในแต่ละส่วน ได้ถึง 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ แล้วมันยังทำให้กล้ามเนื้อของคุณ ได้พักอย่างเต็มที่อีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับคำแนะนำ ที่เราได้แนะนำไป ก็บอกเลยว่า ถ้าคุณนำไปใช้ประโยชน์ มันจะเกิดประโยชน์ให้คุณ เป็นอย่างดีแน่นอน ซึ่งก็หวังว่า คุณจะเล่นกล้าม อย่างมีความสุข และ ไม่เครียดกับมัน มากเกินไปนะครับ

ทุกอย่างต้องค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป วันนึงก็จะเป็นวันของคุณ อย่างแน่นอนครับ ทุกท่าน

ขอขอบคุณ Goldenslot และ Electric Cigarette Smok Voopoo

วิธีการเลิกคิด แทนคนอื่น และใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง

วิธีการเลิกคิด
วิธีการเลิดคิด แทนคนอื่น และใช้ชีิวตเพื่อตัวเอง

มีอีกหลายคนที่เป็นโรควิตกกังวลคิดมาก โดยที่มันก็มี วิธีการเลิกคิด แทนคนอื่นอยู่ โดยเป็นวิธีการ ที่จะทำให้ ตัดปัญหา เรื่องคิดเล็กคิดน้อย หรือ วิตกกังวลว่า คนอื่นเขา จะคิดยังไง กับตัวเองออกไป เพราะบางที คนอื่นเขาอาจจะแทบ ไม่ได้คิดอะไร เลยก็ได้

แต่ก็เป็นเพราะความกลัวว่า คนอื่นจะไม่สบายใจ ไม่พอใจ กับสิ่งที่ตัวเรา ได้ทำลงไป จนทำให้ตัวเอง ไม่มีความสุข ซึ่งมันจะส่งผลเสีย กับตัวเราเป็นอย่างมาก กับการต้องแบกรับ เรื่องพวกนี้เอาไว้ และ ถึงกับสูญเสีย ตัวตนของเราไปเลย

มันก็จะยิ่งทำให้เกิดผลเสียระยะยาว ทำให้เรา ไม่มีความสุข ทั้ง ๆ ที่มัน ไม่ใช่เรื่องอะไร ของตัวเราเองแท้ ๆ มันถึงเวลาแล้วครับ ที่จะต้องหยุด แล้วเดินไปข้างหน้า เปลี่ยนแปลงความคิด และ แคร์ความรู้สึก ของตัวเอง ให้มากขึ้น เพื่ออนาคตที่สดใส รอท่านอยู่

วิธีการเลิกคิด แทนคนอื่น เพื่อให้ตัวเองมีความสุข

อันดับแรกเลยคือ คุณต้องรู้จักตัวเองก่อน แล้วก็ต้องยอมรับ กับตัวเองให้ได้ว่า คุณเป็นคนที่ชอบคิดมาก คิดมากไปซะทุกเรื่อง เมื่อคุณเข้าใจแล้วว่า คุณเป็นคนคิดมาก คุณก็จะรู้แล้วว่า คุณจะต้อง ทำการแก้ปัญหาอย่างไร และ ไปหาสาเหตุว่า อะไรถึงทำให้ คุณเป็นคนแบบนี้

เมื่อคุณเข้าใจแล้วว่า มันเป็นเพราะอะไร ขอให้คุณนั่งคิด พิจารณา ไตร่ตรองดูว่า เรื่องที่คุณคิดมากนั้น มันสำคัญอะไรขนาดไหน แล้วมันมี ข้อดี ข้อเสียอะไร ซึ่งเอาจริง ๆ แล้ว คุณก็แทบจะไม่ต้องคิดอะไรมาก เลยก็ได้ครับ หากคุณทำดีที่สุดแล้ว

เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คุณควรคิดก่อนว่า คุณจะทำอะไร มากกว่าทำไป แล้วค่อยมาคิดทีหลัง ซึ่งนั่นไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือ การสร้างปัญหา ซึ่งไม่แน่นำให้ทำ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะทำอะไรก็ตาม ต้องคิดก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัย ของทุกคุณเอง

คุณไม่สามารถเปลี่ยนความคิดใครได้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ คุณลองปรับปรุงตัวปรับความคิด และมีสติทุกครั้ง เกาะทำอะไร มันน่าจะเป็นเรื่องง่ายกว่าการที่คุณจะไปศึกษาตัวของคนอื่น หรือพยายามทำให้คนอื่นรู้สึกดีและผึ้งพอใจ ในตัวคุณ

เพราะว่านี่คือชีวิตเรา เราไม่สามารถ ที่จะทำให้ใครถูกใจเราได้ทุกคน จงเข้าใจครับว่า มีคนรัก ก็ต้องมีคนเกลียด เพราะฉะนั้น การเข้าใจตัวเอง มีความสุขกับตัวเอง มันดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องไปสนใจใคร ใครไม่ชอบเรา ก็ไม่ต้องไปสนใจ เพราะว่าคุณมีชีวิตของคุณ

คุณควรทำมันให้ดีที่สุด เพื่อตัวคุณเอง มากกว่าทำให้ดีที่สุด เพื่อคนอื่น เพื่อทำให้คนอื่นยอมรับ หากคุณคิดว่า คุณจำเป็น ที่จะต้องทำให้คนอื่นยอมรับ คุณลองคิดใหม่ครับ แค่คุณเดินออกมา ไม่ต้องไปสนใจเขา มันคงจะดีกว่า การทำอะไรแบบนี้

มันไม่ได้มีความจำเป็นอะไร ที่คุณจะต้องไปคุย ไปสนใจ สนใจแค่ตัวเอง อย่าไปพยายามทำทุกอย่าง เพื่อคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ตัวเอง ก็ต้องเหน็ดเหนื่อย กับการทำงานในแต่ละวัน ซึ่งมันก็เหนื่อยพอแล้ว จะต้องไปทำอะไร เพื่อให้คนอื่นยอมรับนั้น ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย

จงหัดที่จะเลิกเป็นคนชอบคิดไปเอง อันดับแรกเลย คือ คุณต้องเข้าใจครับว่า มันไม่มีใคร เป็นอย่างที่ใจเราต้องการ คุณก็เช่นเดียวกันครับ คุณก็ไม่สามารถ เป็นอย่างไจ ที่คนอื่นต้องการได้เช่นกัน ต่อให้คุณ ทำอะไรผิดพลาดไปแล้ว

คุณจะมานั่งเสียใจ กับสิ่งที่ทำไป มันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย การที่คิดถึงอนาคต และทำปัจจุบัน มันน่าจะเป็นอะไร ที่สำคัญกว่า การเสียเวลาไปแก้ไข ในสิ่งที่ทำผิดพลาดไป การปรับปรุงตัว มันเป็นอะไรที่ควรทำมากกว่า เพราะอะไรที่ทำไปแล้ว มันล้วนแก้ไขไม่ได้ 

เอาเข้าจริง ๆ แล้ว การที่คุณคิดมาก ว่าคนอื่น จะคิดอย่างนั้น อย่างนี้กับคุณ และ ไปแคร์ความรู้สึกเขา คุณทราบหรือไม่ว่า มันไม่มีใคร มานั่งสนใจ เรื่องของคนอื่นหรอก เขาแทบไม่ได้สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้มอง ว่าสำคัญอะไรเลย

และถ้าหากคุณรู้อย่างนั้นแล้ว คุณจะทำมันไปเพื่ออะไร ทำไปก็เสียใจเปล่า ๆ เสียเวลา มันแทบจะไม่มี ความจำเป็นอะไรเลยครับ คุณไม่ต้องไปแคร์คนอื่น คิดถึงแค่เรื่องตัวเอง ก็พอแล้วครับ คิดถึงแต่ละวัน คิดถึงสิ่งดี ๆ คิดถึงความสุข คิดถึงอนาคต คิดถึงปัจจุบัน

ทุกๆอย่างนั้น มันอยู่ที่ตัวคุณครับ ไม่ได้อยู่ที่ตัวใคร ผลลัพธ์ที่ออกมา มันคือการกระทำของคุณ คือความคิดของคุณ ที่จะส่งผลให้อนาคตนั้น ออกมาเป็นแบบไหน ตัวคุณเองล้วน ๆ ครับที่เป็นคนทำ

คุณลองหัด ตั้งคำถามกับตัวเองบ่อย ๆ จนเป็นความเคยชิน ต้องถามตัวเองครับว่า ที่คุณทำไปทุกอย่าง คุณทำไปเพื่ออะไร ทำเพื่อคนอื่นไปเพื่ออะไร บางทีคุณ อาจจะรู้สึกได้ว่า คุณคิดมากไปเอง ลองคิดดูครับว่า สิ่งที่คุณคิดมาก กับคนอื่น ๆ นั้น

เขามีปฏิกิริยาอะไร มีความคิดอะไร ซึ่งบางที มันแทบไม่มีอะไรเลย ทำให้คุณ คิดไปก็เสียเวลาเปล่า มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่จะคิด เอาเวลาที่คิดนั้น กลับมาคิดถึงตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง อย่าไปสนใจใครครับ เกิดมามีชีวิตเพียงครั้งเดียว

ไม่รู้ว่าชาติหน้าจะได้เกิดมาอีกรึป่าว ใช้มันเพื่อตัวเองครับ อย่าไปสนใจอะไรมากมาย หาความสุขกับตัวเอง อย่าไปเอาเรื่องอะไร ที่มันบั่นทอนจิตใจมาใส่ตัว หากคุณเป็นคนคิดมากอยู่ สิ่งที่คุณควรคิดคือ เอาความคิดมากนั้น

ใช้ความคิดว่า คุณจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร ทำอย่างไร ให้คุณไม่กลายเป็นคนคิดมาก กับความรู้สึกของคนอื่น นั่นล่ะครับเรื่องที่ดีที่สุด ที่คุณควรจะทำ ทำเพื่อตัวคุณเอง คนอื่นจะเป็นอย่างไร ก็ช่างเขา เอาตัวเองไว้ก่อน

แล้วก็ก้าวเดินไปข้างหน้า เดินไปให้ไกล ตั้งความหวัง มีเป้าหมาย เพื่อชีวิต วันพรุ่งนี้ของคุณ ใช้ชีวิตของคุณ ให้มีความสุข ทำทุกวัน ให้เป็นวันของคุณ ไม่ใช่วันของใคร การมีความคิดนั้น เป็นสิ่งที่ดีครับ จงอย่าหยุดคิด คิดไปครับ แต่คิดให้มีประโยชน์ กับตัวเองให้มากที่สุด

นั่นแหละครับ คือสิ่งที่คุณควรจะทำ ทำมันไปเรื่อย ๆ จนมันชิน และ วันนึงคุณจะกลายเป็นคนใหม่ ที่มีความสุขที่สุด

ขอขอบคุณ Goldenslot เว็บสำหรับการลงทุน smok voopoo Electric Cigarette

โลกใบนี้มีอะไร ที่น่าค้นหามากมาย

โลกใบนี้มีอะไร
โลกใบนี้มีอะไร ที่น่าค้นหามากมาย

โลกใบนี้มีอะไร ที่น่าสนใจมากมาย ก็เพราะโลกอันแสนกว้างใหญ่ มนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเรา เกิดมาครั้งเดียว ก็คงไม่สามารถ จะรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายของโลก ได้ทุกอย่าง ฉะนั้น สิ่งที่ทำได้คือ การสนใจในเรื่อง ที่เราสนใจเท่านั้น ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

เพราะไม่เช่นนั้น ในแต่ละวัน เราคงไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากการนั่งอ่านหนังสือ หรือ ศึกษาเรื่องราวของโลกใบนี้ ซึ่งนั่นก็คงจะต้องปล่อย ให้เป็นเรื่องของ นักวิทยาศาตร์ซะมากกว่า ที่ต้องทำหน้าที่ นำเรื่องราวต่าง ๆ มาวิเคราะห์ ความเป็นไป ของโลกใบนี้

และเคยมีความสงสัย กันบ้างไหมครับว่า ทำไมนักวิทยาศาตร์ จึงให้ความสนใจกับเรื่องราว ของอวกาศมากกว่า โลกของเรา ซึ่งก็เพราะมีความเชื่อกันว่า เราไม่ใช่มนุษย์ เพียงกลุ่มเดียว ในจักรวาลนี้ แต่ยังมีสิ่งมีชีวิต และ โลกที่แตกต่างกัน อีกหลายใบ ในจักรวาลนี้

ซึ่งเกดมาจาก การที่ได้ค้นพบ โบราณสถาน หรือ อารยธรรมโบราณ หลาย ๆ แห่งบนโลกของเรา ซึ่งจากการค้นคว้า ก็พบกว่ามีอายุเป็นพัน ๆ ปี เลยทีเดียว เพราะด้วยความยิ่งใหญ่ และ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ที่ดุแล้วน่าเหลือเชื่อ

และมีความซับซ้อน ในการสร้าง จนเชื่อกันว่า คนในสมัยโบราณ หลายพันปีก่อน จะสามารถสร้างขึ้นมาได้ แม้ว่าจะมีทฤษฎี ที่น่าเชื่อถือนำเสนอออกมา มากมายก็ตาม แต่มันก็ยังเป็น เรื่องที่น่าอัศจรรย์อยู่ดี

โดยที่นักวิทยาศาตร์ หลาย ๆ ท่าน ต่างก็มีข้อสงสัยว่า อาจเป็นสิ่งมีชีวิต จากดาวดวงอื่น มาสร้างเอาไว้ก็เป็นได้ หรือที่เรา เรีกยกันว่า มนุษย์ต่างดาวนั่นเอง ก็จึงเป็นเรื่องที่ทำให้ การศึกษาค้นคว้า สิ่งมีชีวิตจากนอกโลก เกิดขึ้น และ เป็นสิ่งที่จริงจังมาก ๆ

โดยที่ความเชื่อนี้ เป็นสิ่งที่มีมา อย่างยาวนานมาก ๆ แต่ก็มีอีกมากมาย ที่บอกว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ไม่มีอยู่จริง แต่ก็เพราะการที่พบเจอ หลักฐานต่าง ๆ ที่ทางนักโบราณคดี ได้ค้นพบกัน มันก็เป็นเรื่องที่น่าคิดมาก ๆ ว่า โลกของเรา ไม่ใช่เพียงที่เดียว ที่มีสิ่งมีชีวิต

โลกใบนี้มีอะไร ที่บ่งบอกว่าเราไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตเพียวกลุ่มเดียว

1.การค้นพบวงกลมประหลาดที่กลางทุ่ง หรือที่เรียกกันว่า Crop Circles โดยมันถูกค้นพบครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ 1678 ที่ประเทศอังกฟษ มันเป็นวงกลมประหลาด ที่เกิดในทุ่งข้าวโดยที่ เมื่อทำการมองลงมาจากมุมสูงแล้ว มันคือรูปทรงทางเรขาคณิต ที่มีความซับซ้อน

ในการตีความหมาย และ มันมีการค้นพบมาแล้วกว่า 10,000 จุด โดยที่ในช่วงแรก ๆ ลักษณะของวงกลมประหลาดเหล่านี้ จะเป็นในลักษณะของ วงกลมกับวงแหวน แต่มันก็ได้มีการพัฒนา มามีขนาด และ รูปทรง ที่แปลกประหลาด มากขึ้นเรื่อย ๆ

ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังหาข้อพิสูจน์ ไม่ได้ว่า มาจากมนุษย์ต่าง ๆ หรือ ฝีมือของมนุษย์เราเอง โดยที่ก็มีความเชื่อว่า เป็นการทำลองของกองทัพ ซึ่งมันก็มีทั้งคนที่เชื่อ และ ไม่เชื่อ ก็คงจนกว่า ที่เราจะได้เห็นหลักฐาน ที่พิสูจน์ได้ล่ะครับว่า มันเกิดจากคน หรือ มนุษย์ต่างดาวกันแน่

2.สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เราคงจะคุ้นเคยกับชื่อนี้กันเป็นอย่างดี เพราะมีเรื่องราวมากมาย เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ ที่น่าเหลือเชื่อมากมาย มาเป็นสิบ ๆ ปี ตั้งแต่การหายไปของ เครื่องบิน เรือ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องของ วิทยาศาตร์ หรือ เรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้

โดยสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานี้ ตั้งอยู่ที่ มหาสมุทรแอตแลนติค ภาคตะวันตก ตอนใต้ของรัฐฟลอริดา และ เปอร์โตริโก ก็ต้องบอกว่า แม้วิทยาศาตร์จะก้าวไกลไปสักเพียงใด ก็ยังไม่สามารถ ที่จะหาคำตอบ ของสามเหลี่ยมแห่งนี้ได้

ว่าเพราะสาเหตุใด สิ่งที่ผ่านเข้าไปยังบริเวณนั้น จึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหมือนมันไม่ได้มีอยู่บนโลกนี้ โดยที่นักวิทยาศาสตร์ และ นักสมุทรวิทยา รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญ ด้านต่าง ๆ ได้พยายามค้นหาคำตอบ ก็ได้ทฤษฎีที่สามารถ อธิบายออกมาได้ว่า

เป็นไปได้เลยทีเดียวว่า ที่นั่นอาจมีมนุษย์ต่างดาว ที่ต้องการ เครื่องบิน หรือ เรือไปทำการค้นคว้า และ ทดลอง โดยมีความเชื่อนี้กัน เพราะว่าได้มีการรายงานว่า พบเจอจานบินลักษณะแปลก ๆ บริเวณนั้นบ่อย ๆ

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ยัง ไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้ ว่าเป็นเพราะต่างดาว หรือ ธรรมชาติกันแน่ ซึ่งในอนาคตข้างหน้า หากว่าเทคโนโลยี มันก้าวไปไกลมาก ๆ เราอาจจะได้ทราบคำตอบกันก็ได้ ในสักวันหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเมื่อไหร่ ก็ไม่ทราบได้ นี่แหละ ความลี้ลับของมัน

3.เกาะอีสเตอร์ ที่นี่มีความแปลกประหลาด ที่ไม่น่าเชื่อเลยว่า จะมีหินสลักเป็นรูปคน ขนาดใหญ่กว่า 800 รูป อยู่เต็มเกาะ ที่สำคัญคือมันไม่มีคนอาศัยอยู่เลย โดยที่นี่เป็นเกาะที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิค ประเทศชิลี

โดยที่มีความเชื่อกันว่า น่าจะเป็นฝีมือของ ชนชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ที่นั่น โดยเข้ามาอาศัยอยู่เมื่อ ปี ค.ศ. 400 นู่นเลย แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน เมื่อหลายพันปีก่อนนั้น วิวัฒนาการมันไม่น่าจะสามารถ สร้างหินที่ใหญ่ขนาดนั้น และ จำนวนมากขนาดนั้นได้

เพราะรูปสลักหินแต่ละก้อนนั้น มีน้ำหนักกว่า 75 ตัน ซึ่งแม้แต่ในยุคนี้ก็ยังว่ายากในการจะทำขึ้นมา และ คิดดูสิครับว่า จะเป็นไปได้หรือ ที่จะเป็นฝีมือของ มนุษย์ โดยก็อาจจะเป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาว ก็เป็นได้ ซึ่งก็ต้อง หาข้อพิสูจน์ กันต่อไป

ซึ่งมันก็เรียกได้ว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมา มีผลต่อความเชื่อ และ ความคิดของเรามาก ๆ ว่า เราอาจจะไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ในจักรวาลแสนกว้างใหญ่นี้ และ โลกของเรา อาจจะเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงเรียก ๆ ที่มีสิ่งมีชีวิต จำนวนน้อยมาก ๆ หากเทียบกับดาวดวงอื่น ก็เป็นได

ขอขอบคุณ ufabet และ smok voopoo อุปกรณ์ที่จะช่วยให้ท่านปลอดภัยจากมะเร็ง